master of dolls-master
posted on 17 Dec 2008 16:46 by dolls-master
ไม่มาก ไม่น้อย มีสอง เสมอ
หนึ่งศิษย์ หนึ่งอาจารย์
แต่ใคร คือผู้ถูกทำลายก่อน
อาจารย์ หรือศิษย์
"ปาเจรา จริยา โหนติ คุณุตตรา นุสาสกา"
สองปีก่อน
ขณะที่เราคิดอะไรเพลินๆด้วยสมองที่เริ่มเบลอเพราะควันพิษบนถนนตอนกลับบ้าน
อยู่ๆ ก็สะดุ้งกับเสียงโทรศัพท์ของตัวเอง
ทันทีที่รับสาย
เรื่องที่ได้ยินจากรุ่นน้องคนหนึ่งที่โทรเข้ามา ทำให้รู้สึกหูอื้อ
เหมือนทั้งโลกจะหยุดหมุน และเปิดโอกาศให้ได้ยินเสียงจากโทรศัพท์ชัดๆ
ไม่ต้องแข่งกับเสียงรถราบนถนนเจริญกรุงในยามค่ำ
โลกกลับมาหมุนเป็นปกติอีกครั้ง
ความรู้สึกเสียใจที่ไม่รู้จะหาคำใดในภาษามนุษย์มาบรรยาย
มันทำให้นึกถึงช่วงเวลาสมัยที่เรายังเรียนชั้นมัธยม
เมื่ออยู่ชั้น ม.1ในเวลานั้น เราถูกเลือกจากหมวดวิชาศิลปะของโรงเรียนด้วยความบังเอิญ
เพื่อเป็นตัวแทนโรงเรียน และในนามของจังหวัด
เข้าแข่งขันทักษะทางศิลปะ ในการแข่งขันตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับภาค
จนถึงระดับประเทศ
เพื่อให้ได้มาซึ่งทักษะที่แข็งแกร่ง เพื่อชัยชนะในการแข่งขัน
เราต้องฝึกฝนอย่างหนัก
ในห้องศิลป์ที่เต็มไปด้วยความหดหู่
ราวกับว่ามันซึมซับเอาความรู้สึกโศกเศร้าของทุกคนที่มาเยือน
ห้องศิลป์ เป็นอาคารไม้เก่าๆ ดูสกปรก ซอมซ่อ และหม่นหมอง
เต็มไปด้วยอุปกรณ์คร่ำครึที่พังพินาศเพราะทนพิษบาดแผลและงานหนักไม่ไหว กองอยู่ทั่วทุกมุมห้อง
จะมีก็แต่กลิ่นของสีชนิดต่างๆ ที่มีเรี่ยวแรงพอจะโชยออกมา ต้านฝุ่นที่หนาจนทะลุเข้าไปในถุงเท้าได้
ตู้วัสดุอุปกรณ์ ส่งเสียงคำรามใส่ทุกครั้งที่พยายามจะเปิด พัดลมเพดานสะอื้นเสียงต่ำๆ
หลอดไฟ กระพริบตาปริบๆ ตามจังหวะเสียงร้องไห้ของไม้กระดานทุกครั้งที่เราเหยียบลงไปแต่ละก้าว
แสงแดดพลบค่ำแวะลงมาเปล่งประกายบนพื้นระเบียงไม้หน้าห้อง
สะท้อนเข้าไปหอมแก้มหุ่นรูปปั้นปูนจนครบทั้งยี่สิบกว่าตัว
ให้เราได้เห็นแววตาที่โศกเศร้า และหม่นหมองของหุ่นเหล่านั้น
ราวกับจะกรีดร้องเพราะความเจ็บปวดจากรอยร้าวที่ไม่ได้รับการซ่อมแซม
แต่ทุกครั้ง ที่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้เขียนรูป และเริ่มลงมือฝึกฝน
ห้องที่เคยมืดมน ก็ดูจะสดใสขึ้น และไม่เคยรบกวนสมาธิของเรา
พัดลมกับหลอดไฟช่วยกันทำงานแข็งขันไม่บ่นให้ได้ยิน
ตู้ต่างๆนอนหลับเงียบเชียบอยู่บนพื้นไม้กระดานที่มีฝุ่นและกลิ่นสีมาร้องเพลงกล่อมเบาๆ
หุ่นปูนทุกตัวนั่งอยู่ข้างๆ เอาใจช่วยและส่งยิ้มให้
จะมีก็แต่แสงแดดพลบค่ำที่ต้องกลับไปกินข้าวที่บ้าน
ทิ้งพวกเราทั้งหมดไว้ภายใต้ความมืดของวัน ที่ผลัดเวรมาดูแลเราแทน
เราฝึกฝนจนมืดค่ำอยู่อย่างนั้นแทบทุกวัน
และก็ไม่แปลกอะไร ถ้าวันไหนเราจะนอนอยู่ที่นี่ ไม่กลับไปกินข้าวที่บ้านเหมือนแสงแดด
แต่ลำพังเพียงการฝึกฝนของเรา และกำลังใจจากมิตรสหายไร้ชีวิตในห้องศิลป์
คงไม่สามารถทำให้เราพัฒนาขึ้นได้ แม้รูปปั้นเทพีอะโพรไดท์จะแขม่วท้อง
ยืนเป็นแบบให้เราเขียนอยู่นานก็ตาม
หากไม่มีการฝึกฝนและสั่งสอนจากบุคคลผู้หนึ่ง เราคงไม่ก้าวหน้าไปไหน
บุคคลผู้สร้างเราขึ้นมา
อาจารย์มานะ ผู้อดทน และมีมานะสมดังชื่อของตน
อดทนกับการฝึกฝนให้ทุกคนที่มีใจรักและมุ่งมั่น ด้วยความยินดี และไม่มีแบ่งชนชั้น
ในแวดวงครูอาจารย์ด้วยกัน ต่างยกย่องในทักษะที่ยอดเยี่ยม
และสิ่งใดที่เกี่ยวกับศิลปะ ไม่มีอะไรที่อาจารย์มานะคนนี้ จะทำไม่ได้
ภายนอก อาจารย์ดูเป็นคนเงียบขรึม ไม่แสดงอารมณ์ใดๆผ่านสีหน้าที่หมองเศร้าและทรุดโทรมนั้น
แต่เราสัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ที่ยากจะหาได้จากอาจารย์คนไหน
ความตั้งใจจริง ที่จะสอน และฝึกฝนให้ศิษย์ของตน มีทักษะที่ไม่น้อยหน้าใคร
ทุ่มเท และอุทิศทั้งชีวิตเพื่อถ่ายทอดความรู้และฝีมือ รวมทั้งประสบการณ์ทางศิลปะ
ให้ศิษย์มากมาย หลายต่อหลายรุ่น โดยไม่เคยได้รับสิ่งใดตอบแทน
และไม่เคยหวังว่าจะได้อะไร นอกจากได้เห็นความสำเร็จ ของลูกศิษย์ตน
สุขภาพของอาจารย์ แย่ลงไปทุกที
แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าภายใต้ดวงตาแดงก่ำบนใบหน้าหม่นหมองนั้น
ซ่อนความทุกข์ทรมานอะไรไว้
มือผอมซูบซีดที่เส้นเลือดปูดโปน ยังคงเขียนรูปต่อไป
ร่างกายที่ผอมและทรุดโทรมในเครื่องแบบซาฟารีสีกากีที่อาจารย์ชอบใส่นั้น
ยังคงเคลื่อนไหวอย่างล้ำเลิศในฐานะอาจารย์สอนศิลปะ
ผู้ขับเคลื่อนวงล้อแห่งการถ่ายทอดความรู้ต่อไป อย่างไม่มีวันหยุดพัก
เป็นเช่นนี้ตลอดไป
หลังจากจบชั้น ม.6 เราพบเรื่องราวมากมาย จนได้เข้ามาเรียนในศิลปากร
และจบออกมาทำงานอยู่ในสังคมที่ต้องต่อสู้
แม้ในเวลานี้ เราจะไม่ได้คลุกคลีอยู่ในห้องศิลป์ที่คุ้นเคยเหมือนเช่นแต่ก่อน
แต่เมื่อมีโอกาศ เราก็จะกลับไปเยี่ยมอาจารย์มานะเสมอ
แววตาดูเศร้าสร้อยลงไปทุกครั้งที่ได้เจอ ผมขาวมีมากขึ้น ในขณะที่ผิวดูคล้ำลง
ความเหนื่อยยากในการเป็นอาจารย์สอนศิลปะที่ตั้งใจจริงนั้น ยากนักที่ใครจะเข้าใจ
หากไม่ได้สัมผัสด้วยตนเอง
และเรา เข้าใจความรู้สึกนั้นดีกว่าใคร
การได้กลับไปรำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับเรา
ห้องศิลป์ที่ผูกพัน และอาจารย์ผู้ที่เราเคารพ และนับถือยิ่ง
เช่นเดียวกับในครั้งนี้ เราคิดถึงความทรงจำเก่าๆ
อีกไม่นาน จะไปเยี่ยมอาจารย์
ความคิดของเราต้องชะงัก เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่นั่งอยู่บนรถเมลล์
ทันทีที่รับสาย
เรื่องราวที่ได้ยินจากรุ่นน้องคนหนึ่งที่โทรเข้ามา ทำให้รู้สึกหูอื้อ
เหมือนทั้งโลกจะหยุดหมุน และเปิดโอกาศให้ได้ยินเสียงจากโทรศัพท์ชัดๆ
ไม่ต้องแข่งกับเสียงรถราบนถนนเจริญกรุงในยามค่ำ
อาจารย์มานะ เสียชีวิตแล้ว
โลกกลับมาหมุนเป็นปกติอีกครั้ง
ความรู้สึกเสียใจที่ไม่รู้จะหาคำใดในภาษามนุษย์มาบรรยาย
มันทำให้นึกถึงช่วงเวลาสมัยที่เรายังเรียนชั้นมัธยม
มีบางครั้ง ที่เราเหนื่อย ท้อใจ
ร้องไห้ทั้งๆที่มือยังเขียนรูปอยู่อย่างนั้น เราไม่เข้าใจเหตุผลของการฝึกหนัก
ทำไมเราไม่ได้ใช้เวลาว่างอย่างอิสระ เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ
เราเอาแต่ใจตัวเอง
ดื้อรั้น ไม่สนใจคำสอน หนีการฝึกซ้อม และชิงชังในการแข่งขัน
แต่อาจารย์มานะก็ยังคงอดทนที่จะสอนเราอย่างใจเย็น โดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่น้อย
ไม่ว่าเราจะชนะ หรือพ่ายแพ้
อาจารย์ไม่เคยได้อะไร และไม่เคยหวังว่าจะได้อะไร
นอกจากได้เห็นความสำเร็จของลูกศิษย์ตน
สายไปแล้วที่จะสำนึกผิดและกตัญญูต่ออาจารย์ของเรา
เมื่อในเวลานี้ ผู้ที่เคยอดทน และสอนเรามา
นอนหลับอยู่ในที่ที่เราปลุกไม่ได้
และไม่มีวันตื่นมาฝึกฝนให้ศิษย์คนนี้อีกแล้ว
แม้จะใช้เสียงคำรามของตู้ทั้งหมด หรือเสียงไม้กระดานทั้งอาคารก็ตาม
รอยเท้าที่อาจารย์ย่ำไว้บนฝุ่นหนา ให้ศิษย์คนนี้เดินตาม
หยุดชะงักลงแค่นี้
ต่อให้เหยียบลงไปบนพื้นไม้นั้นแรงแค่ไหน ก็ไม่กึกก้องและน่าเกรงขามเท่าย่างก้าวของอาจารย์
นับแต่วันนี้ ห้องศิลปะที่ครั้งหนึ่ง มีมนต์ขลังราวกับทุกสิ่งจะมีชีวิต
คงมืดมนลงกว่าครั้งไหนๆ
ลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างสีน้ำตาลไม้โอ๊ค คงพัดผ่านออกประตูไป
โดยไม่มีร่างของชายวัยกลางคนในชุดซาฟารี มาขวางกั้นอีกแล้ว
ไม่มีคนที่เคยนำเรา เช่นแต่ก่อน
ถึงอาคารไม้เก่าๆหลังนี้จะทรุดโทรมลงเพียงใด
แต่ภาพความทรงจำดีๆ และการเรียนรู้อันยิ่งใหญ่ จะยังคงตราตรึงอยู่ในทุกๆสิ่ง
บันทึกอยู่ในหน้าต่างทุกบาน แฝงอยู่ในอุปกรณ์ทุกชิ้น ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มแสนเศร้าของหุ่นรูปปั้น
ฝังตัวเองลงในละอองฝุ่นทุกอณู ที่ไม่มีวันเลือนหายไปกับกระแสอันเชี่ยวกรากของกาลเวลา
ขอก้มลงกราบให้กับอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา
ผู้ซึ่งสร้างตุ๊กตาตัวนี้ขึ้นมา
ไม่มีอาจารย์มานะ ก็ไม่มี dolls-master ในวันนี้
แด่ อาจารย์มานะ เกิดสนอง
อดีตหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปศึกษา โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย
บิดาแห่งความอดทน ความหวัง และความสำเร็จ
ผู้หลับไหลและพักผ่อนอย่างสงบอยู่ในดินแดนแสนไกล

• — Kirara 13 ` Blog คุณชาย : กระต่ายเกรียน —• 